ไม่ว่าจะวัยไหนเพศไหนก็ต้องเคยผ่านประสบการณ์ที่รองเท้ากัด หากรองเท้ากันจนเป็นแผลถลอกเลือดออกควรทำอย่างไรเพราะยิ่งฝืนก็ยิ่งเจ็บแถมเสี่ยงอักเสบและติดเชื้อ ทางที่ดีจึงควรรีบทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือเป็นประจำทุกวันจนกว่าแผลจะหาย หลีกเลี่ยงการสวมใส่รองเท้าที่คับแน่นเกินไปจนเกิดการเสียดสี ไม่ปล่อยให้รองเท้าอับชื้น และใส่แผ่นแปะส้นเท้าเพื่อช่วยลดการเสียดสีของผิวหนังที่เป็นแผลอยู่
รองเท้ากัดเกิดจากอะไร
ผู้คนจำนวนไม่น้อยใส่รองเท้าที่ไม่พอดีกับรูปทรงและขนาดเท้าของเจ้าตัว ทำให้ผิวหนังเสียดสีกับส่วนของรองเท้าไปมาตลอดเวลาที่ใส่ ส่วนใหญ่มักจะเกิดกับบริเวณส้นเท้าเป็นหลัก ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดแผลถลอกปอกเปิกจากรองเท้ากัดจนแสบระบมแล้วแล้ว ยังเป็นสาเหตุของตาปลา เท้าบวม ภาวะนิ้วเท้าเอียง และอาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้เท้าผิดรูปได้ด้วย
รองเท้ากัดควรทำแผลอย่างไร
โดยส่วนใหญ่แล้วแผลที่เกิดจากรองเท้ากัดมักมีลักษณะเป็นแผลเปิดและอาจมีเลือดออกได้ แน่นอนว่าเมื่อเกิดแผลลักษณะนี้สิ่งแรกที่ต้องทำคือการทำความสะอาดแผลด้วยการใช้ น้ำเกลือฉลากเขียวคลีนแอนด์แคร์ ล้างแผลเพื่อช่วยชะล้างสิ่งสกปรกออกจากแผลได้โดยไม่แสบ ก่อนจะรักษาด้วยยาทาแผลและปิดพลาสเตอร์เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากเชื้อโรค ในระหว่างนี้ควรงดการใส่รองเท้าที่ทำให้เกิดการเสียดสีของผิวหนังกับรองเท้า และควรทำความสะอาดแผลด้วย น้ำเกลือฉลากเขียว ทุกวันเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ ในกรณีที่เกิดตุ่มน้ำพองบนผิวที่รองเท้ากัดให้ใส่ใจกับความสะอาดเป็นพิเศษ เพราะแม้ตุ่มน้ำจะยุบและแห้งได้เอง แต่การหมั่นเช็ดแผลด้วยน้ำเกลือก็เป็นวิธีดูแลแผลรองเท้ากัดที่ช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ดีขึ้น
วิธีป้องกันรองเท้ากัด
แก้ปัญหารองเท้ากัดตั้งแต่ต้นเหตุด้วยการเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับสรีระของเท้าเรา ควรทดลองใส่รองเท้าให้มั่นใจว่าส่วนของนิ้วเท้าไม่หนีบหรือเบียดกันและไม่รู้สึกเหน็บเกร็งเมื่อสวมใส่ รองเท้าที่ใส่ควรมีขนาดของส่วนหุ้มนิ้วเท้าเหมาะกับนิ้วเท้า ไม่คับแน่นจนเกินไป พร้อมกันนั้นควรสวมใส่ถุงเท้าหรือแผ่นแปะส้นเท้าเพื่อลดแรงเสียดสี และไม่ปล่อยให้รองเท้าอับชื้น
ที่มาข้อมูล:
- https://www.nhs.uk/common-health-questions/accidents-first-aid-and-treatments/how-do-i-clean-a-wound
- https://orthoinfo.aaos.org/en/diseases–conditions/tight-shoes-and-foot-problems/
- https://www.npr.org/templates/story/story.php?storyId=130573069